คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี? มีกี่แบบ เลือกอย่างไร พร้อมดู UNC Probiotic Collagen

ผู้หญิงยิ้มแตะแก้ม ผิวดูสดใส ภาพปกบทความวิธีเลือกคอลลาเจน

หลายคนที่กำลังจะซื้อคอลลาเจนมักถามว่า คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี คำตอบที่ใช้ได้จริงคือ อย่าเริ่มจากยี่ห้อ แต่ให้เริ่มจากการเข้าใจว่า คอลลาเจนมีหลายแบบ ทั้งตามชนิด (Type) ตามแหล่งที่มา และตามวิธีผลิต แล้วเลือกจากเป้าหมายของตัวเอง แหล่งที่มาที่เราไม่แพ้ ปริมาณต่อหน่วยบริโภค ส่วนผสมอื่นในสูตร เลข อย. และคำเตือนบนฉลาก ที่สำคัญคือต้องรู้ว่าร่างกายสร้างคอลลาเจนเองจากโปรตีนและวิตามินซีในอาหาร อาหารเสริมเป็นเพียงตัวช่วย บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่ายทีละขั้น และท้ายบทความมีการใช้ความรู้นี้ดู UNC Probiotic Collagen และ UNC Nutra C ว่าเหมาะกับใคร

สรุปสั้นๆ

  • คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีมากที่สุดในร่างกาย ประมาณ 30% ของโปรตีนทั้งหมด เป็นโครงสร้างของผิว กระดูก เส้นเอ็น และกระดูกอ่อน
  • ชนิดที่พบบ่อย: Type I (ผิว กระดูก เส้นเอ็น) Type II (กระดูกอ่อนในข้อ) Type III (กล้ามเนื้อ หลอดเลือด อวัยวะ)
  • อาหารเสริมส่วนใหญ่เป็น คอลลาเจนเปปไทด์ หรือคอลลาเจนไฮโดรไลซ์ คือคอลลาเจนที่ย่อยให้โมเลกุลเล็กลง มาจากปลา วัว หรือหมู
  • กินเข้าไปแล้วร่างกายจะย่อยเป็นกรดอะมิโนหรือเปปไทด์สายสั้น ไม่ได้ไปเติมที่ผิวโดยตรง งานวิจัยในคนยังมีจำกัด
  • ร่างกายต้องใช้ โปรตีนและวิตามินซี ในการสร้างคอลลาเจนเอง ผู้ใหญ่ควรได้วิตามินซีวันละ 75–90 มก.
  • วิธีเลือก: ดูเป้าหมาย แหล่งที่มา ปริมาณต่อหน่วยบริโภค ส่วนผสมอื่นและน้ำตาล รูปแบบที่ทานได้สม่ำเสมอ เลข อย. และคำเตือน
  • ดูตัวอย่างการใช้เกณฑ์เหล่านี้กับ UNC Probiotic Collagen และ UNC Nutra C ได้ในหัวข้อท้ายบทความ

คอลลาเจนคืออะไร ทำไมร่างกายสร้างได้น้อยลง

คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีมากที่สุดในร่างกาย คิดเป็นประมาณ 30% ของโปรตีนทั้งหมด ทำหน้าที่เป็นเหมือนโครงหรือเส้นใยที่ยึดเนื้อเยื่อให้แข็งแรงและยืดหยุ่น พบในผิวหนัง กระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และกระดูกอ่อน

ร่างกายสร้างคอลลาเจนได้เองจาก กรดอะมิโนในโปรตีนที่เรากิน โดยมีวิตามินซีเป็นตัวช่วยสำคัญ แต่การสร้างจะลดลงตามอายุ และลดลงเร็วขึ้นเมื่อ โดนแดดมาก สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มาก นอนน้อย และไม่ออกกำลังกาย ข้อมูลจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุไว้แบบนี้ ดังนั้นการดูแลพฤติกรรมเหล่านี้จึงสำคัญไม่น้อยกว่าการเลือกอาหารเสริม

คอลลาเจนมีกี่แบบ

เวลาเห็นคำว่า Type II, เปปไทด์, ไดเปปไทด์ หรือคอลลาเจนจากปลา บนฉลาก หลายคนสับสนว่าต่างกันอย่างไร จริงๆ แล้วเป็นการแบ่งคนละมุม ลองแยกเป็น 3 มุมนี้จะเข้าใจง่ายขึ้น

1. แบ่งตามชนิด (Type) ที่พบในร่างกาย

มีการค้นพบคอลลาเจนในร่างกายประมาณ 28 ชนิด แต่ที่พบบ่อยและมักเห็นบนฉลากมีไม่กี่ชนิด ข้อมูลจาก Cleveland Clinic สรุปไว้ดังนี้

ชนิด พบที่ไหน
Type I
ประมาณ 90% ของคอลลาเจนในร่างกาย
ผิวหนัง กระดูก เส้นเอ็น และเอ็นยึดข้อ เป็นชนิดที่อัดแน่นและให้โครงสร้าง
Type II
เกี่ยวกับข้อต่อ
กระดูกอ่อน ช่วยรองรับข้อต่อ
Type III
มักพบคู่กับ Type I
กล้ามเนื้อ หลอดเลือดแดง และอวัยวะภายใน
Type IV และ V ชั้นต่างๆ ของผิวหนัง กระจกตา และเส้นผม

ในทางปฏิบัติ คนที่สนใจเรื่องผิวมักเลือกคอลลาเจนที่มาจากผิวหรือหนังของสัตว์ซึ่งมี Type I เป็นหลัก ส่วนคนที่สนใจเรื่องข้อ มักดูสูตรที่ระบุ Type II หรือคอลลาเจนจากกระดูกอ่อน ถ้าสนใจเรื่องข้อโดยเฉพาะ อ่านเพิ่มได้ที่ อาหารเสริมข้อเข่า มีกี่แบบ เลือกอย่างไร?

2. แบ่งตามแหล่งที่มา: ปลา วัว หรือหมู

คอลลาเจนในอาหารเสริมได้จากเนื้อเยื่อของสัตว์ เช่น หนังและเกล็ดปลา หนังวัว หรือหนังหมู ความต่างที่ผู้ซื้อควรสนใจที่สุดคือ เรื่องการแพ้และความเชื่อทางศาสนา เช่น ผู้ที่แพ้ปลาควรเลี่ยงคอลลาเจนจากปลา ผู้ที่ไม่ทานเนื้อวัวหรือหมูควรดูแหล่งที่มาบนฉลากให้ชัด และผู้ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ฮาลาลควรดูเครื่องหมายฮาลาล

เนื้อปลาสดสองชิ้นบนเขียง ปลาเป็นแหล่งของคอลลาเจนจากปลา
หนังและก้างปลามีคอลลาเจนตามธรรมชาติ คอลลาเจนจากปลาจึงเป็นแหล่งที่นิยม แต่ผู้ที่แพ้ปลาควรเลี่ยง

3. แบ่งตามวิธีผลิต: เจลาติน เปปไทด์ ไดเปปไทด์ ไตรเปปไทด์

คอลลาเจนตามธรรมชาติมีโมเลกุลใหญ่ ร่างกาย ดูดซึมทั้งก้อนไม่ได้ ต้องย่อยก่อน ผู้ผลิตจึงนำมาย่อยให้เล็กลงในระดับต่างๆ

คำบนฉลาก ความหมาย
เจลาติน
Gelatin
ได้จากการต้มกระดูก กระดูกอ่อน และหนังสัตว์ คอลลาเจนถูกย่อยบางส่วน มักใช้ทำอาหาร เช่น เยลลี่
คอลลาเจนเปปไทด์ / ไฮโดรไลซ์
Collagen Peptide, Hydrolyzed Collagen
คอลลาเจนที่ย่อยเป็นชิ้นเล็ก ดูดซึมได้ง่ายขึ้น เป็นรูปแบบที่พบบ่อยที่สุดในอาหารเสริม
ไดเปปไทด์ / ไตรเปปไทด์
Dipeptide, Tripeptide
เปปไทด์สายสั้นมาก ประกอบด้วยกรดอะมิโน 2 หรือ 3 ตัว ผู้ผลิตมักชูว่าโมเลกุลเล็ก

ข้อควรรู้คือ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน เมื่อกินเข้าไป ร่างกายจะนำไปใช้ตามที่ร่างกายต้องการ อาจเป็นการสร้างคอลลาเจนหรือโปรตีนอื่นก็ได้ เราจึงกำหนดไม่ได้ว่าจะไปที่ผิวหรือข้อโดยตรง

ตัวอย่างจาก UNC Probiotic Collagen: ฉลากระบุเป็น คอลลาเจนเปปไทด์จากปลา 1,000 มก. ต่อซอง แบบผงกรอกปาก มีเครื่องหมายฮาลาล ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร: มีผลิตภัณฑ์จากปลา ดูรายละเอียดที่ หน้า UNC Probiotic Collagen

กินคอลลาเจนแล้วได้อะไร งานวิจัยบอกอะไรบ้าง

ข้อมูลจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่า เมื่อกินคอลลาเจน กระเพาะและลำไส้จะย่อยเป็นกรดอะมิโน แล้วร่างกายจะกระจายไปใช้ในส่วนที่ต้องการโปรตีนมากที่สุด มีงานวิจัยแบบสุ่มบางชิ้นพบว่าการเสริมคอลลาเจนเกี่ยวข้องกับความยืดหยุ่นของผิวที่ดีขึ้น และการเคลื่อนไหวของข้อที่ดีขึ้น แต่ งานวิจัยในคนยังมีจำกัด และส่วนใหญ่ได้รับทุนจากผู้ผลิต

ด้านแพทย์ผิวหนังไทย บทความของ รศ.นพ.วาสนภ วชิรมน หน่วยตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี (เผยแพร่ผ่านแพทยสภา) อธิบายว่า คอลลาเจนที่กินจะถูกย่อยที่ลำไส้ก่อนดูดซึม จึงไม่ได้ไปเติมคอลลาเจนที่ผิวโดยตรง ส่วนครีมคอลลาเจนมีโมเลกุลใหญ่เกินกว่าจะซึมลงผิวชั้นใน ช่วยได้เรื่องความชุ่มชื้นที่ผิวชั้นบน

สรุปแบบเข้าใจง่าย: คอลลาเจนเป็นแหล่งโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่อาจเป็นตัวช่วยเสริมได้ แต่ไม่ควรคาดหวังผลแบบเกินจริง การดูแลผิวที่มีหลักฐานชัดกว่าคือ ทาครีมกันแดด ไม่สูบบุหรี่ นอนให้พอ และกินโปรตีนกับวิตามินซีให้เพียงพอ

สารอาหารที่ร่างกายใช้สร้างคอลลาเจน

เนื่องจากร่างกายสร้างคอลลาเจนเอง สิ่งที่ควรดูแลเป็นพื้นฐานคือ วัตถุดิบ ที่ร่างกายต้องใช้ ซึ่งหาได้จากอาหารประจำวัน

1. โปรตีน

คอลลาเจนสร้างจากกรดอะมิโน เช่น ไกลซีนและโพรลีน ซึ่งได้จาก ปลา ไก่ ไข่ นม ถั่ว และเต้าหู้ ถ้ากินโปรตีนไม่พอ ร่างกายก็ขาดวัตถุดิบ ดูวิธีคำนวณได้ที่ ควรกินโปรตีนวันละเท่าไร? คำนวณง่ายๆ ตามน้ำหนักตัว

2. วิตามินซี

วิตามินซีมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน ข้อมูลจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) แนะนำให้ผู้ใหญ่ได้รับวันละ 75 มก. (ผู้หญิง) และ 90 มก. (ผู้ชาย) ผู้ที่สูบบุหรี่ควรได้เพิ่มอีก 35 มก. และ ไม่ควรได้รับรวมจากทุกแหล่งเกิน 2,000 มก. ต่อวัน เพราะอาจทำให้ท้องเสีย คลื่นไส้ หรือปวดท้องได้ แหล่งอาหารที่ดี ได้แก่ ฝรั่ง ส้ม กีวี สตรอว์เบอร์รี พริกหวาน บรอกโคลี และมะเขือเทศ

ผลไม้ตระกูลส้มหั่นครึ่งวางบนโต๊ะสีขาว แหล่งวิตามินซีจากอาหาร
ผลไม้ตระกูลส้ม ฝรั่ง และกีวี เป็นแหล่งวิตามินซีที่ร่างกายใช้ในการสร้างคอลลาเจน

ตัวอย่างจาก UNC Nutra C: ฉลากระบุเป็น วิตามินซี 1,000 มก. ผสมคอลลาเจนไดเปปไทด์ ไม่แต่งสี ไม่ใช้วัตถุกันเสีย ไม่มีน้ำตาล วิตามินซีมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนเพื่อการทำงานตามปกติของผิวหนัง ควรรับประทานตามวิธีที่ระบุบนฉลาก ดูข้อมูลเต็มที่ หน้า UNC Nutra C

3. ซิงค์ ทองแดง และแร่ธาตุอื่น

Cleveland Clinic ระบุว่าร่างกายต้องใช้ ซิงค์และทองแดง ร่วมด้วยในกระบวนการสร้างคอลลาเจน ได้จากเนื้อสัตว์ หอย ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี และผักใบเขียว คนที่กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ส่วนใหญ่ได้รับเพียงพออยู่แล้ว

วิธีเลือกคอลลาเจนให้เหมาะกับตัวเอง 6 ขั้นตอน

1. ตั้งเป้าหมายให้ชัด

ถามตัวเองก่อนว่าต้องการดูแลเรื่องอะไร เช่น ผิวพรรณ หรือข้อต่อ แล้วเลือกชนิดและสูตรให้ตรง และตั้งความคาดหวังให้พอดี เพราะคอลลาเจนเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยา

2. ดูแหล่งที่มาให้ตรงกับตัวเรา

ดูว่าคอลลาเจนมาจากปลา วัว หรือหมู ถ้าแพ้ปลาหรืออาหารทะเลให้เลี่ยงคอลลาเจนจากปลา ถ้าต้องการผลิตภัณฑ์ฮาลาลให้ดูเครื่องหมายบนบรรจุภัณฑ์

3. ดูชนิดและปริมาณต่อหน่วยบริโภค

อ่านว่าเป็นคอลลาเจนเปปไทด์ ไดเปปไทด์ หรือไตรเปปไทด์ และ มีกี่มิลลิกรัมต่อซองหรือต่อแคปซูล ต้องทานวันละกี่หน่วย การเทียบปริมาณต่อวันช่วยให้เห็นว่าได้จริงเท่าไร ไม่ใช่ดูแค่ข้อความหน้ากล่อง

4. ดูส่วนผสมอื่นและน้ำตาล

หลายสูตรผสมวิตามินซี วิตามินอี ใยอาหาร หรือสารสกัดจากพืช ให้ดูว่าส่วนผสมเหล่านี้ตรงกับที่ต้องการหรือไม่ และ มีน้ำตาลมากแค่ไหน โดยเฉพาะแบบเครื่องดื่มพร้อมดื่ม ถ้าทานวิตามินซีจากหลายผลิตภัณฑ์ ให้รวมปริมาณไม่ให้เกิน 2,000 มก. ต่อวัน

ตัวอย่างจาก UNC Probiotic Collagen: นอกจากคอลลาเจนเปปไทด์จากปลา ยังมีใยอาหาร FOS 600 มก. ผงทาร์ตเชอร์รี 100 มก. สารสกัดจากมะเขือเทศ วิตามินซี 12 มก. วิตามินอี และโพรไบโอติก Bacillus coagulans ต่อซอง รสองุ่นเคียวโฮ ไม่มีน้ำตาล เพราะมีใยอาหารชนิดผง ฉลากจึงแนะนำให้ ดื่มน้ำตาม 1–2 แก้ว (ดูรายละเอียด)

5. เลือกรูปแบบที่ทานได้สม่ำเสมอ

คอลลาเจนมีทั้งแบบผงชงน้ำ ผงกรอกปาก แคปซูล และเครื่องดื่ม ไม่มีแบบไหนดีกว่ากันชัดเจน ให้เลือกแบบที่สะดวกกับชีวิตประจำวันและทานตามฉลากได้ต่อเนื่อง

6. เช็กเลข อย. มาตรฐานการผลิต และคำเตือน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ขายในไทยต้องมี เลขสารบบอาหาร 13 หลัก นำไปตรวจในระบบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ ดูมาตรฐานโรงงาน เช่น GHP หรือ HACCP และอ่านคำเตือนเรื่องเด็ก สตรีมีครรภ์ และการแพ้อาหารทุกครั้ง

ข้อควรระวัง

  • ผู้ที่แพ้ปลาหรืออาหารทะเล หรือไม่ทานเนื้อสัตว์บางชนิด ต้องดูแหล่งที่มาของคอลลาเจนบนฉลากก่อนทุกครั้ง
  • เด็กและสตรีมีครรภ์ ควรอ่านคำเตือนบนฉลาก บางผลิตภัณฑ์ระบุว่าไม่ควรรับประทาน และควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • สูตรที่มีใยอาหารชนิดผง ควรดื่มน้ำตามให้เพียงพอตามฉลาก
  • ระวังวิตามินซีซ้ำซ้อน จากหลายผลิตภัณฑ์ ไม่ควรเกิน 2,000 มก. ต่อวัน ผู้ที่มีภาวะธาตุเหล็กสะสมเกินควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสริมวิตามินซีขนาดสูง
  • ผู้ที่ต้องจำกัดโปรตีน เช่น ผู้ป่วยโรคไตบางระยะ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะคอลลาเจนเป็นโปรตีน
  • คอลลาเจนไม่ทดแทนการทาครีมกันแดด การนอนหลับ และการกินอาหารครบ 5 หมู่

ใช้เกณฑ์เหล่านี้ ดู UNC Probiotic Collagen และ UNC Nutra C เหมาะกับใคร

UNC เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากนวัตกรรมของคนไทย ก่อตั้งโดย ดร.เกยูร โชคล้ำเลิศ ผู้พัฒนาแคลเซียมจากก้างปลาที่ได้รับเหรียญทอง iENA 2022 ประเทศเยอรมนี ผลิตโดย บริษัท ยู้ ฟิชบอล จำกัด สำหรับคนที่กำลังเลือกคอลลาเจน มี 2 ตัวที่เกี่ยวข้อง คือ คอลลาเจนเปปไทด์จากปลาแบบซอง และวิตามินซีผสมคอลลาเจนไดเปปไทด์

UNC Probiotic Collagen

  • ส่วนประกอบหลัก: คอลลาเจนเปปไทด์จากปลา 1,000 มก. ใยอาหาร FOS 600 มก. ผงทาร์ตเชอร์รี 100 มก. สารสกัดจากมะเขือเทศ วิตามินซี วิตามินอี และโพรไบโอติก Bacillus coagulans (ต่อซอง) รสองุ่นเคียวโฮ ไม่มีน้ำตาล
  • วิธีทาน: ฉีกซองแล้วกรอกปาก วันละ 1–2 ซอง ดื่มน้ำตาม 1–2 แก้ว ตามวิธีที่ระบุบนฉลาก
  • บรรจุ: 25 ซอง (ซองละ 3 กรัม) ราคา 629 บาท
  • เลข อย.: 10-1-16860-5-0040 (มาตรฐาน GHPs, HACCP และเครื่องหมายฮาลาล)
  • คำเตือน: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน มีผลิตภัณฑ์จากปลา ควรรับประทานพร้อมน้ำ 1–2 แก้ว เพื่อป้องกันการอุดตันของทางเดินอาหารจากใยอาหารชนิดผง

ดูรายละเอียด UNC Probiotic Collagen

UNC Nutra C

  • ส่วนประกอบหลัก: วิตามินซี 1,000 มก. ผสมคอลลาเจนไดเปปไทด์ ไม่แต่งสี ไม่ใช้วัตถุกันเสีย ไม่มีน้ำตาล
  • วิธีทาน: ตามวิธีที่ระบุบนฉลาก
  • บรรจุ: 10 แคปซูล ราคา 890 บาท
  • เลข อย.: 10-1-16860-5-0029
  • คำเตือน: ผู้ที่มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร หรือผู้ที่รับประทานยาเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน

ดูรายละเอียด UNC Nutra C

เหมาะกับใคร

ถ้าคุณต้องการ สินค้าที่ตรงกว่า
คอลลาเจนเปปไทด์จากปลาแบบซองกรอกปาก พกง่าย ไม่มีน้ำตาล และมีใยอาหารกับโพรไบโอติกในซองเดียว UNC Probiotic Collagen
วันละ 1–2 ซอง ดื่มน้ำตาม
กินผักผลไม้ได้น้อย อยากเสริมวิตามินซีที่มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน UNC Nutra C
ทานตามวิธีที่ระบุบนฉลาก
เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้ที่แพ้ปลา ไม่ควรรับประทาน UNC Probiotic Collagen ตามคำเตือนบนฉลาก
ผู้ที่มีโรคประจำตัว ให้นมบุตร หรือทานยาเป็นประจำ ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน UNC Nutra C

ยังไม่แน่ใจว่าเหมาะกับคุณไหม สอบถามทีมงานได้ก่อนสั่งซื้อ

สอบถามทาง LINE ดูโปรโมชั่น UNC Probiotic Collagen

ควรรับประทานตามวิธีที่ระบุบนฉลาก ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือทานยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

คำถามที่พบบ่อย

UNC Probiotic Collagen คืออะไร ต่างจาก UNC Nutra C อย่างไร?

UNC Probiotic Collagen เป็นคอลลาเจนเปปไทด์จากปลา 1,000 มก. ต่อซอง แบบผงกรอกปาก ผสมวิตามินซี วิตามินอี โพรไบโอติก ใยอาหาร FOS ทาร์ตเชอร์รี และสารสกัดจากมะเขือเทศ รับประทานวันละ 1–2 ซอง ดื่มน้ำตาม 1–2 แก้ว เลข อย. 10-1-16860-5-0040 ส่วน UNC Nutra C เป็นแคปซูลวิตามินซี 1,000 มก. ผสมคอลลาเจนไดเปปไทด์ เลข อย. 10-1-16860-5-0029 ควรรับประทานตามวิธีที่ระบุบนฉลาก UNC Probiotic Collagen ไม่เหมาะกับเด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้ที่แพ้ปลา

ทาครีมคอลลาเจนแทนการกินได้ไหม?

ครีมคอลลาเจนช่วยเรื่องความชุ่มชื้นที่ผิวชั้นบน แต่โมเลกุลคอลลาเจนใหญ่เกินกว่าจะซึมลงไปถึงผิวชั้นใน จึงไม่ได้เติมคอลลาเจนให้ผิว การทาครีมกันแดดทุกวันเป็นวิธีดูแลผิวที่มีหลักฐานชัดกว่า

กินคอลลาเจนต้องกินคู่กับวิตามินซีไหม?

ร่างกายต้องใช้วิตามินซีในการสร้างคอลลาเจน ถ้ากินผักผลไม้สดเป็นประจำ เช่น ฝรั่ง 1 ผล ก็ได้วิตามินซีเพียงพอต่อวันแล้ว ถ้ากินผักผลไม้ได้น้อย อาหารเสริมที่มีวิตามินซีเป็นตัวช่วยได้ แต่ควรรวมปริมาณจากทุกแหล่งไม่ให้เกิน 2,000 มก. ต่อวัน

กินอาหารที่มีคอลลาเจน เช่น ขาหมู หนังไก่ จะได้คอลลาเจนไหม?

อาหารเหล่านี้มีคอลลาเจนจริง แต่ร่างกายจะย่อยเป็นกรดอะมิโนเหมือนโปรตีนทั่วไป และมักมีไขมันสูง จึงไม่ควรกินมากเพื่อหวังผลเรื่องผิว การกินโปรตีนไม่ติดมัน เช่น ปลา ไข่ เต้าหู้ ร่วมกับผักผลไม้ เป็นทางเลือกที่ดีกว่า

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือใช้ยาเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรกินอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

ภาพประกอบ: Look Studio, Food PhotoGraphy Mumbai และ Brooke Lark / Unsplash