แคลเซียมควรได้รับวันละเท่าไร? คู่มือดูแลกระดูกให้แข็งแรงทุกวัย

แคลเซียมควรได้รับวันละเท่าไร? คู่มือดูแลกระดูกให้แข็งแรงทุกวัย

แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายมีมากที่สุด เกือบทั้งหมดสะสมอยู่ในกระดูกและฟัน ส่วนที่เหลือทำหน้าที่ช่วยในการหดตัวของกล้ามเนื้อ การส่งสัญญาณประสาท และการแข็งตัวของเลือด ร่างกายสร้างแคลเซียมเองไม่ได้ จึงต้องได้รับจากอาหารทุกวัน

แต่ละวัยควรได้รับแคลเซียมเท่าไร

ความต้องการแคลเซียมเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะหลังวัยกลางคนที่มวลกระดูกลดลงตามธรรมชาติ ตัวเลขโดยประมาณมีดังนี้

ช่วงอายุ แคลเซียมต่อวัน (โดยประมาณ)
เด็ก 3–10 ปี 600–800 มก.
11–55 ปี 800–1,000 มก.
55 ปีขึ้นไป 1,000–1,200 มก.

ไม่ควรได้รับแคลเซียมรวมจากอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมเกินประมาณ 2,000–2,500 มก. ต่อวัน

อาหารไทยที่มีแคลเซียมสูง

อาหาร ปริมาณ แคลเซียม
นมสด 200 มล. 240 มก.
โยเกิร์ต 150 มล. 150 มก.
ใบยอ 1 ถ้วยตวง 469 มก.
ผักคะน้า 1 ถ้วยตวง 230 มก.
เต้าหู้เหลือง 1 ก้อน 240 มก.
กุ้งแห้งตัวเล็ก 1 ช้อนโต๊ะ 145 มก.

ปลาเล็กปลาน้อยที่กินได้ทั้งกระดูก งาดำ และถั่วเหลืองก็เป็นแหล่งแคลเซียมที่ดีเช่นกัน

ตัวช่วยให้ร่างกายใช้แคลเซียมได้ดี

  • วิตามินดี ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม ร่างกายสร้างได้เองเมื่อผิวได้รับแดดอ่อนช่วงเช้าหรือเย็นประมาณ 10–15 นาที
  • วิตามินเค แมกนีเซียม และโปรตีน เป็นสารอาหารที่ทำงานร่วมกับแคลเซียมในการคงสภาพกระดูก
  • การออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก เช่น เดินเร็ว ขึ้นบันได ช่วยกระตุ้นให้กระดูกแข็งแรง

ถ้าต้องเสริมแคลเซียม ควรกินอย่างไร

  • เน้นได้รับจากอาหารก่อน แล้วค่อยเสริมเฉพาะส่วนที่ขาด
  • รับประทานหลังอาหาร ร่างกายจะดูดซึมได้ดีกว่าตอนท้องว่าง
  • ถ้าต้องเสริมปริมาณมาก ควรแบ่งกินเป็นมื้อ
  • ผู้ที่มีโรคไต เคยเป็นนิ่ว หรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องจาก UNC

บทความนี้ให้ข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากมีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ หรือใช้ยาเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

แหล่งอ้างอิง

Create your account